มี.ค.13

ช่วยด้วยค่ะ คุณสามีติดเกมส์

          สามีของดิฉันติดเกมส์มาตั้งแต่เด็กๆ ที่บ้านของเค้าก็ไม่สนใจ ตอนนี้แต่งงานมีลูกแล้วก็ยังติดเกมส์อยู่ ดิฉันพยายามหลายวิธีที่จะให้เค้าเลิกเกมส์แต่ก็ไม่ได้ผลไม่รู้จะทำไงดี ลองคุยกันดีๆทำข้อตกลงกันได้อยู่ไม่เกิดสัปดาห์ก็เป็นเหมือนเดิม

บ้างครั้งดิฉันถึงกับต้องบอกว่าถ้ายังเป็นแบบนี้คงอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็หยุดไปช่วงนึงหลังจากนั้นก็เป็นเหมือนเดิม  เมื่อก่อนเค้าไม่ได้ทำงาน เค้าอยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว ก็เล่นทุกวันทั้งวัน แต่ช่วงนี้ทำงานแล้วก็ยังเล่นอยู่ กลับมาจาที่ทำงานก็ไม่ทำอะไรเลย

เอาแต่เล่นเกมส์ในiphoneตั้งแต่เย็นๆถึงเที่ยงคืน..ตี1...ตี2  ตอนนี้ลูก2ขวบแล้ว กำลังจดจำเลยค่ะ ดิฉันกลัวลูกจะเรียนแบบพ่อเค้ามากเลยค่ะไม่รู้จะทำไงดี  **ปล.สามีของดีฉันมีอาการข้างเคียงอีกย่าง คือ 

1.เหมือนพัฒนาการทางภาษาของเค้าค่อนข้างช้า คือ เหมือนพูดกับคนทั่วๆๆไปไม่ค่อยรู้เรื่อง อันนี้เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว เพื่อนของเค้าก็พูดกัน มีปัญหากับการเรียนตอนก่อนจบมหาวิทยาลัย ตอนที่ต้องพีเซนส์งานต่างๆๆ อาจารย์ก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง แต่เค้าเป็นคนที่เรียนเก่งนะคะ 

    หรือบ้างครั้งพอเค้านึกอะไรในอดีตขึ้นได้ เค้าจะพูดออกมาทันที จนคนอื่นๆงงกันไปเลย เค้าเรียงคำพูด และจับใจความสรุปไม่ได้ค่ะ  บางครั้งชอบนึกว่าตัวเองพูดออกมา แต่ความจริงไม่ได้พูดก็มีบ้าง

2.ความจำสั้นมาก คือ พูดกันมา5นาที พอถามซ้ำอีกรอบ ก็จำไม่ได้ **ตอนนี้เค้าอายุประมาณ25ค่ะ**

3.อารมณ์ร้อน บางครั้งตอนลูกเด็กๆ เวลาลูกงองแง เค้าชอบทำรุนแรงกันลูก(แต่ไม่ถึงกับการทำร้ายร่างกายนะค่ะ แค่ประมาณจับลูกแรง แล้วขู่เสียงดังๆ จนเด็กตกใจกลัว

 

          ดิฉันเคยพาเค้าไปหาจิตแพทย์แล้ว เพราะตอนแรกเค้าทำงานไม่ได้ ให้ทำที่ไหนก็ขอออกเพราะจำเรื่องงานไม่ได้ คุณหมอก็บอกว่าเค้าก็ดูปกติ แต่อาจจะดูเหมือนเป็นออทิสติกอ่อนๆๆ**(ดิฉันไม่แน่ใจ) แต่สรุปว่าไม่เป็นไร

แต่ในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่หาย แต่พอจะทำงานได้อยู่นะค่ะ แล้วก็ใช้ชีวิตปกติได้ (แต่ไม่ยอมเลิกเกมส์ซะที) ไม่รู้จะทำอย่างไร จะไปปรึกษาที่ไหนแล้วค่ะ 

ขอความกรุณาช่วยให้คำปรึกษาดิฉัันด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

#1 ปัญหาเรื่องการเล่นเกมจนเกินพอ

ปัญหาเรื่องการเล่นเกมจนเกินพอดีของผู้ใหญ่นั้นก็เป็นปัญหาที่พบบ่อยไม่น้อยไปกว่าในเด็กค่ะ

เท่าที่คุณ playlely เล่ามา ดูเหมือนว่าได้พยายามใช้การพูดคุยให้ตระหนักถึงปัญหา และการวางแผนการบริหารจัดการเวลาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจออกจากการเล่นเกมดูบ้างแล้ว ซึ่งความจริงวิธีดังกล่าวเป็นวิธีการที่ใช้แก้ปัญหาเบื้องต้นในกรณีทั่วไปได้ค่ะ แต่หากที่ผ่านมาวิธีดังกล่าวไม่ได้ผล ขอแนะนำว่าควรมีการประเมินซ้ำเพิ่มเติมในประเด็นดังต่อไปนี้

1.สาเหตุที่ทำให้เลือกใช้เวลากับการเล่นเกมมากเกินไป ในหลายรายนั้น เราพบสาเหตุของปัญหาการเล่นเกมที่เกินพอดีไม่ใช่เพียงเพื่อความสนุกสนาน แต่บุคคลนั้นอาจมีเรื่องเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า ไม่มีวิธีในการผ่อนคลายวิธีอื่น ไม่มีความสุขในชีวิตจริง หรือขาดความภาคภูมิใจในชีวิตจริงจึงต้องไปแสวงหาในโลกเสมือน

2.สาเหตุที่ทำให้การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาไม่ได้ผล ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการวางแผนการแก้ไขปัญหาเดิมไม่มีรูปแบบหรือแนวทางที่ชัดเจนเพียงพอ หรืออาจเกิดจากข้อจำกัดเฉพาะของบุคคลนั้น ๆ ที่ทำให้ควบคุมตนเองได้ไม่ดี

ซึ่งการประเมินสาเหตุดังกล่าวให้ละเอียดนั้นจะช่วยให้เรามองเห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ดี เท่าที่คุณเล่ามานั้น ก็มีข้อสังเกตที่น่าสนใจและ อาจ เป็นข้อมูลที่ตอบคำถามในประเด็นข้างต้น นั่นคือข้อจำกัดที่คุณสังเกตได้จากสามี ทั้งในเรื่องพัฒนาการทางภาษา สมาธิ และการควบคุมอารมณ์ ซึ่งอาการดังกล่าวก็คล้ายคลึงกับลักษณะของความบกพร่องด้านพัฒนาการที่พบได้บ่อย ซึ่งสอดคล้องกับที่คุณสามีเคยถูกให้ความเห็นว่ามีอาการของ “ออทิสติกอ่อน ๆ”

ทั้งนี้ คำว่า แม้ “ออทิสติกอ่อน ๆ” ไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ แต่ก็มีที่มาจากความหลากหลายของอาการแสดงของกลุ่มโรคออทิสติก (ความบกพร่องด้านพัฒนาการในด้านภาษา การเข้าสังคม และพฤติกรรม) ซึ่งบ่อยครั้งที่ผู้ป่วยรายที่มีอาการไม่รุนแรง หรือไม่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยทั้งหมดของโรค ที่สามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้ใกล้เคียงปกติจะถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่ามีอาการแบบอ่อน ๆ

แต่ประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจนั่นคือ แม้ว่าจะไม่ใช่โรคออทิสติกชนิดที่มีอาการครบชัดเจนและรุนแรง แต่ข้อจำกัดที่พบนั้นยังคงมีผลในการดำเนินชีวิต ละเลยไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนเพื่อลดปัญหาจากข้อจำกัดต่าง ๆ ลง โดยอาจพบปัญหาต่อการดำเนินชีวิตได้หลากหลาย เช่น มีปัญหาการสื่อสารในเรื่องที่ซับซ้อนแม้จะพูดได้ มีปัญหาการเข้าสังคม ไม่ค่อยชอบมีเพื่อน แม้ไม่ถึงกับแยกตัวโดดเดี่ยว เป็นต้น

ซึ่งข้อจำกัดนั้น ๆ อาจนำไปสู่ผลกระทบในวงกว้าง เช่น ปัญหาการเข้าสังคมทำให้มีความเครียดเมื่อทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ปัญหาเรื่องการสื่อสารทำให้มีปัญหาเรื่องการจัดการอารมณ์ตามมา เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีปัญหาสมาธิสั้นร่วมด้วยได้บ่อย ทำให้มีปัญหาการจดจ่อกับกิจกรรมอื่น (แต่จดจ่อกับเกมได้ดีเพราะเป็นกิจกรรมที่มีสิ่งเร้ากระตุ้นตลอด)

ซึ่งข้อจำกัดต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ก็อาจเป็นทั้งสาเหตุของการติดเกมและสาเหตุที่ทำให้ความพยายามแก้ปัญหาที่ผ่านมาไม่ได้ผล จึงควรมีการประเมินซ้ำอีกครั้ง และชักนำให้เกิดการแก้ไขพัฒนา

เนื่องจากข้อจำกัดดังกล่าวนั้นสามารถฝึกได้ หากทราบประเด็นที่เป็นปัญหาชัดเจน และมีการวางแนวทางการฝึกที่เป็นรูปธรรมเพียงพอ เช่น หากต้องการฝึกเรื่องการบริหารจัดการเวลา ก็ต้องมีการวางตารางเวลาเป็นแผนการที่เป็นรูปธรรมขึ้น หรือหากต้องการฝึกเรื่องการควบคุมอารมณ์ ก็จะต้องมีการพูดคุยลงรายละเอียดว่าปัญหาลักษณะแบบไหนที่พบบ่อย จะหลีกเลี่ยงป้องกันอย่างไร จะเพิ่มความตระหนักรู้ในเรื่องอารมณ์อย่างไร และจะมีวิธีการจัดการอารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร โดยแนวทางในการพัฒนาสำหรับกลุ่มผู้ที่มีความบกพร่องในลักษณะคล้ายคลึงกับโรคออทิสติกนั้นสามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากจิตแพทย์หรือนักบำบัดค่ะ

By...Dr.Pichaya