พ.ย.7

บทเรียนสุดเศร้า “อแมนด้า” เด็กวัย 14 จบชีวิตตัวเองเพราะถูกรังแกบนโลกออนไลน์

บทเรียนสุดเศร้า “อแมนด้า” เด็กวัย 14 จบชีวิตตัวเองเพราะถูกรังแกบนโลกออนไลน์

          ทุกวันนี้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยที่ห้าของคนเราไปเสียแล้ว โดยเฉพาะสื่อโซเชียลต่างๆในอินเทอร์เน็ต ข้อดีของมันคือ ข้อมูลที่ฉับไว แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ข้อเสียคือ บางคนใช้มันเป็นเครื่องมือในการทำร้ายคนอื่น

          เดี๋ยวนี้เราเกลียดใคร เราไม่เดินไปต่อยหน้าคนนั้นแล้ว เราใช้อินเทอร์เน็ตในการทำร้ายคนๆ นั้นแทน เขาเรียกวิธีการทำร้ายแบบนี้ว่า Cyber Bullying (ไซเบอร์ บัลลีอิง) ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความคุกคามทางเฟซบุ๊ก เอาภาพที่เราโพสต์ไปใส่ข้อมูลบิดเบือนเพื่อให้คนแชร์ไปเยอะๆ เชื่อไหมคะว่าการกระทำแบบนี้ทำลายชีวิตคนมานักต่อนักแล้ว

          อแมนด้า ท็อดด์ เป็นเหยื่อคนหนึ่งของ Cyber Bullying ค่ะ และถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ ปีนี้จะเป็นปีที่เธอบรรลุนิติภาวะ เรื่องของเธออาจจะยาวหน่อย แต่พี่น้องอยากให้ชาวเด็กดีได้อ่านกันเพื่อเป็นอุทาหรณ์ค่ะ

ความคะนองชั่ววูบ

          ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2009 อแมนด้าอายุ 14ปี ตอนนั้นเธออาศัยอยู่กับพ่อที่แคนาดา และเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตค่ะ ก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่หลงใหลในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการได้แชทกับคนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนหรือการอัพโหลดรูปภาพ คลิปวีดิโอที่เธอร้องเพลงลงอินเทอร์เน็ต ทำให้เธอมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้พบกับผู้ชายที่เข้ามาทำลายชีวิตเธอ เขาขอให้เธอถอดเสื้อโชว์อกผ่านกล้อง และเธอตกลงทำตาม โดยหารู้ไม่ว่าเขาแอบเก็บคลิปตอนนั้นและแคปภาพเอาไว้ เพื่อแบล็กเมลเธอทีหลัง

ฝันที่ตามหลอกหลอน

          คริสต์มาสปี2010 เธอได้รับแจ้งจากตำรวจตอนตีสี่ว่ามีคนเอาภาพเปลือยของเธอไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต เพื่อนๆที่โรงเรียนพากันล้อเลียนเธอ ต่อว่าเธอ ทำให้เธอต้องย้ายบ้านและย้ายโรงเรียนในที่สุด แต่อีกหนึ่งปีให้หลัง ผู้ชายคนนี้ก็สร้างแอ็คเคาท์ใหม่ในเฟซบุ๊กแล้วใช้รูปเปลือยของเธอเป็นรูปโปรไฟล์ ก่อนจะไปแอดเพื่อนๆในโรงเรียนใหม่ของอแมนด้า ทำให้เธอต้องประสบชะตากรรมซ้ำรอยเดิมอีก เธอถูกเพื่อนที่โรงเรียนทำร้ายร่างกาย จนทนไม่ได้และตัดสินใจฆ่าตัวตายในที่สุด แต่เธอรอดชีวิตมาได้

          การกลั่นแกล้งไม่ได้เกิดจากผู้ชายที่มีภาพเปลือยของเธอเพียงคนเดียว แต่ยังรวมไปถึงคนอื่นที่คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงไม่ดีด้วย แม่แต่ตอนที่เธอพยายามฆ่าตัวตาย พอเพื่อนที่โรงเรียนรู้ข่าว ทุกคนก็พูดคุยเรื่องนี้ในเฟซบุ๊กอย่างสนุกสนาน บางคนถึงกับบอกว่าเธอน่าจะลองอย่างอื่นจะได้ตายไปซะ ไม่ว่าเธอจะย้ายโรงเรียนไปอีกกี่ครั้ง แต่ฝันร้ายก็ยังคงตามหลอกหลอนเธอเหมือนเดิม ผู้ชายปริศนาจะคอยแอดเพื่อนในเฟซบุ๊กคนใหม่ของเธอและส่งคลิปวีดิโอของอแมนด้าให้ไม่เว้นแม้กระทั่งครูอาจารย์ อแมนด้าถึงกับต้องเข้ามารับการบำบัดทางจิตเนื่องจากเธอเครียดหนัก แต่พอออกจากโรงพยาบาล เพื่อนที่โรงเรียนก็ล้อว่าเธอเป็นคนบ้าอีก

สองปีแห่งความทรมาร

          สองปีที่อแมนด้าต้องทนอยู่กับวงจรเดิมๆ ย้ายโรงเรียน ย้ายบ้าน ถูกรังควาน เพื่อนล้อเลียน ฯลฯ เธอจึงทำวีดิโอคลิปขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวของเธอผ่านข้อความบนกระดาษ คุณแม่ของอแมนด้าบอกว่านี่ไม่ใช่วีดิโอสั่งเสีย เธอไม่ได้มีความคิดจะฆ่าตัวตายในขณะนั้น เธอยังโพสต์ข้อความว่าเธอรู้สึกดีด้วยซ้ำที่ได้ระบายออกไป และเธอจะไปสักคำว่า “Stay Strong (จงเข้มแข็ง)” เพื่อเตือนให้เธอก้าวต่อไป แต่อาจไม่ใช่ทุกคนที่ดูวีดิโอของอแมนด้าแล้วจะเห็นใจเธอ บางคนยังทำภาพล้อเลียนเธอไปลงในเพจดังอย่าง 9GAG สุดท้ายความกดดันทำให้เธอตัดสินใจฆ่าตัวตายอีกครั้งในวันที่ 10 ตุลาคม 2012 และครั้งนี้เธอไม่มีโอกาสได้กลับมาเล่าความรู้สึกของเธอให้เราฟังอีก

วีดิโอของอแมนดา

          คลิปที่อแมนด้าอัพลงยูทูปมีคนเข้าไปชมกว่า10ล้านคน หลังจากที่เธอเสียชีวิตไม่กี่วัน แน่นอนว่าเมื่อมีคนตายจริง หลายคนย่อมรู้สึกผิด และรู้ว่าสายไปแล้วที่จะขอโทษเธอแต่บางคนยังคงเอาความตายของเธอมาล้อเล่นเป็นมุขตลกต่อไปโดยอ้างว่ามีคนอีกมากที่ฆ่าตัวตายด้วยเหตุผลที่ดีกว่านี้ ทำให้เราเห็นใจผู้หญิงที่โชว์นมให้ผู้ชายดูเองด้วย พ่อของอแมนด้าตัดสินใจทำตามความต้องการของลูกสาวคนเดียวให้เป็นจริงด้วยการสักคำว่า Stay Strong ไว้ที่แขนของเขาเองเพื่อระลึกถึงอแมนด้าที่ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับเพียงเพราะการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ในวัน14 ปี

ล่าผู้ร้าย

          ความจริงแล้วตั้งแต่เกิดเรื่อง ครอบครัวของอแมนด้าไม่ได้นิ่งเฉย แต่แจ้งความกับตำรวจและขอให้หาตัวผู้ร้ายให้ได้ แต่การหาตัวคนร้ายในโลกออนไลน์อันกว้างใหญ่ไม่ง่ายนัก เบื้องต้นตำรวจได้ให้อแมนด้าหยุดติดต่อกับคนร้าย ซึ่งในขณะที่อแมนด้าพยายามโต้ตอบกับคนร้ายและไม่ยอมให้เขาข่มขู่เธอได้

          การตายของอแมนด้าช่วยกระพือไฟให้สังคมโซเชียลตื่นตัว ตำรวจได้รับรายงานจากเฟซบุ๊กว่าชายชื่อ Tyler Boo ที่ติดต่อกับอแมนด้าและแบล็กเมลเธอนั้นโดนรีพอร์ทในข้อหากระทำอนาจารเด็กที่อายุไม่บรรลุนิติภาวะแถมเขายังมีแอคเคาท์เฟซบุ๊กกว่า 80ชื่อ มีผู้เสียหายแบบเดียวกับอแมนด้าเกือบร้อยคน

           Anonymous กลุ่มแฮกเกอร์ปริศนา (ที่ตอนนี้กำลังมีประเด็นกับหน่วยงานในไทย) ก็ออกมาร่วมล่าตัวผู้กระทำผิดในครั้งนี้ด้วย แต่ดูเหมือนจะจับแพะ เพราะผู้ชายที่Anonymous ได้ข้อมูลมาว่าเคยคุยกับอแมนด้าจริง แต่ไม่ได้เป็นคนแบล็กเมลเธอ หลังจากตามหาตัวอยู่นานจนถึงต้นปี 2014ในที่สุดตำรวจก็พบผู้ร้ายเป็นชายวัย 35ปีอาศัยอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ชื่อ ไอดิน โคบัน พร้อมหลักฐานว่าเขาก่ออาชญากรรมออนไลน์รังควานเด็กผู้หญิงไปทั่วโลก ทั้งในเนเทอร์แลนด์ อังกฤษ และอเมริกา จากการสอบสวนเบื้องต้น โคบันปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนแบล็กเมลอแมนด้า ท็อดด์ แต่คดีอื่นดิ้นไม่หลุด เขาถูกตัดสินโทษจำคุกสำหรับคดีที่ก่อในประเทศ แต่นอกประเทศนั้นต้องรอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อสืบสวนต่อไป

บทเรียนครั้งสำคัญ

          ความจริงแล้วการตายของอแมนด้า ท็อดด์ จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าทุกคนตระหนักถึง ความร้ายแรงของการกลั่นแกล้งทางโลกโซเชียล หลายคนอาจคิดว่าก็แค่ด่าทอกันในเฟสบุ๊ก ทนไม่ได้ก็เลิกเล่นไป นี่แหละค่ะคือความน่ากลัวของโลกอินเทอร์เน็ต เพราะทุกคนมองว่าโลกอินเทอร์เน็ตเหมือนเกมที่ถ้าเบื่อ ถ้าแพ้ก็แค่ออกจากเกมกลับมาอยู่กับโลกแห่งความจริง พอได้เข้ามาในเกม ทุกคนอยากจะแป็นอะไรก็ได้ อยากจะทำร้ายใครก็ได้จนเกินขอบเขต ไม่ใช่แค่คนที่คอยกลั่นแกล้งคนอื่นเท่านั้นนะคะ คนที่สนับสนุนหรือคอยแชร์ข้อมูลผิดๆ ก็เช่นกัน กรณีของอแมนด้า ท็อดด์ ก็ทำให้ชาวเน็ตถึงกับของขึ้น พอได้ข้อมูลจาก Anonymous ว่าใครเป็นคนแบล็กเมลเธอ ทุกคนก็กระหน่ำส่งข้อความไปตามเบอร์โทรศัพท์ไปข่มขู่ โดยไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ใช่คนร้ายในคดีนี้ และคนที่รับโทรศัพท์ก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย เราใช้ศาลออนไลน์ลงโทษคนนั้นคนนี้โดยไม่ตระหนักก่อนว่าเขาผิดจริงหรือเปล่าและถ้าเขาผิดจริง วิธีการแบบนี้เหมาะสมแล้วหรือ? เราทำเพราะเราเห็นใจผู้เคราะห์ร้ายจริงหรือเราทำไปเพราะความสะใจส่วนตัวลองถามตัวเองดูค่ะ โลกอินเทอร์เน็ตไม่ใช่แค่เกม มันเปลี่ยนชีวิตคนได้ กรณีของอแมนด้า ท็อดด์ ทำให้คนทั่วโลกตื่นตัวและตระหนักว่าการกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ คนที่ประสบปัญหาแบบเดียวกับอแมนด้ายังมีอยู่มาก ขาดแค่สักคนที่จะเข้าใจสิ่งที่พวกเขาเผชิญอยู่เท่านั้นเอง

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

My story: Struggling,bullying,suicide,selfharm

Stalkign Amanda Todd : The Man in the shadows  - the fifth estate

ctvnews.ca

cbc.ca

nobullying.com

en.wikiredia.org