ต.ค.28

คุณติดมือถือแค่ไหน?

คุณติดมือถือแค่ไหน?

     ยุคนี้คนก้มหน้ามองจอบ่อยกว่าหันไปสบตาคนข้างๆ แชทผ่านแอพบ่อยกว่าโทรศัพท์คุยกันซะอีก หลายคนเริ่มไม่แน่ใจว่ามือถือช่วยให้ใกล้กันหรือห่างเหินกันมากขึ้นกันแน่

http://www.dailygizmo.tv/wp-content/uploads/2013/10/Weekly-C3-2013-10-20-%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99.mpg_000083300.jpg

     อะไรที่ใช้งานเกินพอดีก็จะเกิดอาการเสพติด หากติดน้อยๆก็จะหงุดหงิดเมื่อมือถืออยู่ห่างตัวหรือเวลาไม่ได้ใช้งาน หากติดขั้นรุนแรงถึงขั้นอาการอาจจะปลีกตัวไปจากสังคมไปเลย แน่นอนค่ะอาการเหล่านี้รักษาได้แต่ต้องรู้ตัวก่อนว่าตัวเองติดก่อน วิธีง่ายๆที่ใช้สำรวจตัวเองว่ามีอาการเสพติดมือรึเปล่าก็คือ นับการปลดล็อคหน้าจอมือถือในแต่ละวันค่ะ

     แล้วกี่ครั้งถึงจะเรียกว่าเสพติดล่ะคะ?

     จากสติถิของผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นรายนึงที่เก็บข้อมูลจากผู้ใช้ 150,000 คน แล้วนำมาวิเคราะห์ออกมาเป็นตัวเลขความถี่ในการล็อคและปลดล็อคหน้าจอมือถือ ผู้ใช้จะหยิบมือถือขึ้นมาเช็คเฉลี่ย 110 ครั้งต่อวัน โดยมีช่วงเวลาที่ปลดล็อคบ่อยสุดก็คือ ระหว่าง 17.00 – 20.00 น. หลังจากเลิกเรียนหรือทำงานแล้ว โดยมีผู้ใช้มือถือมากกว่า 75% หยิบมือถือมาเช็คถึง 9 ครั้งต่่อชั่วโมงเลยทีเดียว

     ส่วนช่วงเวลาที่มีการใช้งานน้อยสุดคือ 15.00 -17.00 น. โดยมีผู้ใช้งานมือถือแค่ 24% เท่านั้นหรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยหยิบมือถือขึ้นมาดู 4 ครั้งต่อชั่วโมง

     รายงานอีกฉบับจาก Kleiner Perkins Caufield & Byers ก็แสดงให้เห็นถึงตัวเลขที่ใกล้เคียงกัน คือค่าเฉลี่ยปลดล็อคหน้าจอมือถือยู่ที่  150 ครั้งต่อวัน แต่ลงรายละเอียดลึกกว่า โดยแบ่งเป็นการรับสาย/โทรออก 22 ครั้งต่อวัน ส่ง/ดูข้อความ 23 ครั้งต่อวัน หยิบมือถือดูเวลา 18 ครั้งต่อวัน ที่เหลือเป็นกิจกรรมอย่างอื่นค่ะ

     ลองนับดูถ้าคุณเกินค่าเฉลี่ยก็แสดงคุณเริ่มมีอาการเสพติดมือเข้าให้แล้ว ถ้าเกินกว่านั้นไปมากเรียกว่าเริ่มมีสัญญาณอันตรายควรจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนจะสายเกินแก้