มี.ค.5

7 วิถีทางเลี่ยงการติดเกม

7 วิถีทางเลี่ยงการติดเกม

เกมไม่ใช่ยาเสพติด เพราะมันไม่ได้ให้โทษต่อร่างกาย แต่เราต่างหากที่จะทำร้ายตัวเอง หากให้ความสำคัญกับการเล่นเกมมากเกินไป ซึ่งเราจะเรียกคนที่ให้ความสำคัญกับการเล่นเกมมากเกินไปว่า เด็กติดเกมหรือผู้ใหญ่ติดเกมก็แล้วแต่วัย เกมไม่ได้มีสารก่อให้เกิดอาการติดเหมือนยาเสพติด แต่กระนั้นเพราะความสนุก ความน่าติดตาม ความเร้าใจ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้คนติดเกมงอมแงมได้ จนให้เวลาและความสำคัญกับเกมมากขึ้น แล้วให้เวลาและความสำคัญสิ่งอื่นๆน้อยลง จนส่งผลเสียต่อการดำเนินชีวิต ดังนั้นหากควบคุมตัวเอง ไม่ให้เล่นเกมมากเกินไปได้ ก็จะทำให้เราเล่นเกมได้อย่างมีความสุข ใช้เฉพาะเวลาว่างๆมาเล่นเกมเท่านั้นก็พอแล้ว อย่าเอาเวลางานหรือเรียนมาเล่นเกมให้เสียอนาคต ซึ่งเราก็มี 7 วิถีทางปฏิบัติ ที่จะทำให้คุณหลีกเลี่ยงจากการติดเกมมาฝากกัน

1. กำหนดเวลาเล่นให้ได้ และอย่าเล่นเกมที่ใช้เวลาเล่นมากเกินไป

เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด แต่ก็ทำได้ยากที่สุด คือการกำหนดเวลาเล่นเกมให้กับตัวเอง ให้เล่นได้ไม่นานมากเกินไป อาจจะเล่นสักแค่ 1-2 ชั่วโมงต่อครั้งก็พอ แล้วปิดไปทำอย่างอื่น เพื่อยืดเส้นยืดสาย ทำแบบนี้ให้ชิน เพื่อไม่ให้เกิดอาการสามารถเล่นเกมมาราธอนติดกันได้นานเกินไป หากคุณเล่นเกมทีละสั้นๆบ่อยเข้า คุณก็จะชินกับการเล่นเกมครั้งละสั้นๆแล้ว เพราะรู้สึกว่าเล่นเกมนานๆมันเมื่อยน่าเบื่อ และทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับประเภทของเกมที่เล่นด้วย ควรหลีกเลี่ยงเกมที่ใช้เวลาเล่นนานเกินไป หรือเกมที่ใช้เวลาในชีวิตประจำวัน อย่างพวกเกมออนไลน์และเกมโซเชี่ยลนั่นแหละตัวดี เพราะคุณต้องเสียเวลาเล่นกับมันนานมาก แถมยังต้องใช้เวลาในชีวิตประจำวัน แอบแว่บเข้าไปดูของที่สร้างไว้ในเกมด้วยว่าเสร็จหรือยัง เกมส์จำพวกนี้แหละที่จะทำให้คุณติดได้ง่าย และเสียเวลาเล่นมันมาก แนะนำให้เล่นพวกเกมส์แอคชั่น เกมส์ยิง เกมส์พัซเซิ่ล ที่เล่นจบได้ในเวลาสั้นๆจะดีกว่า

2. บอกลาพวกส่วนเสริมของเกมไปซะ เล่นแค่ให้จบเกมก็พอ

เกมเมอร์สมัยนี้มักเป็นเกมเมอร์ประเภทผู้พิชิตเข้าไปทุกทีๆ คือประมาณว่าเล่นเกมใดๆสักเกมแล้ว จะต้องพิชิตเกมนั้นให้ได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งถ้ามีเก็บ Trophy หรือ Achievement แล้วด้วยยิ่งต้องเก็บให้หมด ซึ่งการทำแบบนี้มันทำให้เราเสียเวลาในการเล่นเกมมากยิ่งขึ้นครับ จริงอยู่ว่าเราภูมิใจกับผลงานที่พิชิตเกมได้อย่างสมบูรณ์ แต่มันก็แค่นั้นเอาไปทำประโยชน์อะไรไม่เห็นได้ คนอื่นก็ไม่ได้มาร่วมภูมิใจกับเราด้วย สู้เอาเวลาไปใส่ใจกับสิ่งที่สำคัญอย่างอื่นจะดีกว่า จะได้เสียเวลาเล่นเกมน้อยลง จากเดิมที่เราเก็บรายละเอียดเกมแบบทุกซอกทุกมุม ก็เปลี่ยนมาเป็นเล่นแค่ตรงไปตามเนื้อเรื่องหลัก เอาให้จบเกมได้เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

3. ควรให้ความสำคัญกับการเล่นเกมน้อยกว่าสิ่งอื่นๆ 

เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยเจอ กรณีที่ว่ามีคนมาขัดจังหวะเวลาเล่นเกม แล้วโมโหจนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา อย่างเช่นนั่งเล่นเกมอยู่แล้วพ่อแม่เรียก ก็จะหงุดหงิด ไม่ยอมเลิกเล่น ซึ่งคนที่มีอาการแบบนี้แหละครับ เริ่มจะเป็นคนติดเกมไปแล้ว เพราะให้ความสำคัญกับการเล่นเกมมากกว่าเรื่องอื่น จริงอยู่ว่าบางทีอาจจะกำลังคับขัน สู้บอสในเกมสุดโหดอยู่วางมือไม่ได้ อันนั้นก็อาจยกเว้นได้บ้าง แต่ถ้าสามารถหยุดเกมได้ ก็ควรหยุดชั่วคราวและให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นแทนจะดีกว่า ยิ่งสมัยนี้เกมมีระบบ Sleep พักเครื่องให้เราไปทำอย่างอื่นได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวัลเรื่องที่ว่าจะต้องมานั่งเริ่มเกมใหม่หมด กับอีกกรณีหนึ่งคือพวกบ้าเกมขนาดหนัก เกมใหม่ๆออกมาจะต้องเล่นให้จบภายในวันเดียว ไม่หลับไม่นอน หรือต้องเลเวลตันในวันเดียว เพื่อไปอวดคนอื่นๆ บอกตรงๆเกมเมอร์พวกนี้ไม่มีใครเขาชมหรอกครับ มีแต่จะด่าว่าเป็นพวกบ้าติดเกม เล่นทั้งวันทั้งคืนไม่หลับไม่นอน

4. หันไปสนใจสื่อบันเทิงอื่นๆบ้าง นอกจากวีดีโอเกม

หากคุณมีงานอดิเรกเล่นเกมอย่างเดียว นั่นเสี่ยงมากที่จะทำให้คุณติดเกมอย่างหนัก เพราะคุณไม่มีอะไรอย่างอื่นทำ ควรลองหันไปสนใจงานอดิเรกหรือสื่อบังเทิงอื่นๆดู เพื่อลดความสนใจในวีดีเกมทิ้งไปบ้าง นิดหน่อยก็ยังดี อาจจะหันไปดูหนัง ดูการ์ตูน อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูกีฬา หรืออะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่การเล่นเกม และควรพูดคุยแลกเปลี่ยนความสนใจหรืองานอดิเรกอื่นกับเพื่อนๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเกมด้วย มันจะช่วยให้ตัวเราสนใจเล่นเกมน้อยลง

5. เลือกเล่นเกมที่อยากจะเล่นเท่านั้น อย่าสะสมหรือดองเกมไว้มากเกินไป

ยิ่งคุณเป็นคนชอบสะสมเกม นั่นยิ่งบ่งบอกความเป็นคนติดเกมของคุณอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะหากคุณสะสมเกมไว้มากเกินไปจนเล่นไม่ทันดองเค็มไว้เรื่อยๆ คุณก็จะมีภารกิจที่ต้องสะสางเกมที่คุณยังเล่นไม่จบให้หมด ทำให้คุณจะต้องเสียเวลาเล่นเกมมากขึ้นไปอีก แต่ถ้าหากคุณเล่นจบไปเป็นเกมๆ ภารกิจและความกดดันที่จะต้องตามเล่นเกมที่สะสมไว้ก็จะไม่มี ต้องคิดอยู่เสมอว่า คุณไม่สามารถที่จะมีเวลาไปเล่นทุกเกมที่ออกมาสู่ตลาดได้ ควรพิจารณาเกมที่คุณอยากเล่นที่สุด และซื้อมันมาเล่นแค่เกมเดียวก็พอ เมื่อจบหรือเบื่อแล้วก็ขายไป แล้วไปซื้อเกมใหม่มาเล่นต่อ ทำแบบนี้จะช่วยให้เราติดเกมยากขึ้น

6. เลือกเล่นเกมในโหมดที่ง่ายที่สุด มี Easy ยิ่งดี

ไม่ต้องไปสนใจเสียงนกเสียงกา ที่บอกว่าเล่นโหมด Easy แปลว่าอ่อนนู้บ ต้องเล่นโหมดยากถึงจะเทพ เพราะต่อให้เราเล่นโหมดเทพ พวกนั้นมันก็ไม่ได้มามอบโล่หรือเกียรติคุณให้เราสักหน่อย การที่แนะนำให้เล่น Easy ก็เพราะเราจะไม่เครียดกับเกมมากเกินไป สามารถเล่นจบเกมได้แบบชิลๆ ทำให้ไม่เสียเวลาเล่นมากนัก แต่ถ้าคุณเลือกเล่นโหมดยาก คุณจะเครียดกับเกมเพราะความยากทำให้คุณเล่นไม่ผ่าน ต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติ ดังนั้น ถ้าจะประหยัดเวลา เลือกเล่น Easy ดีที่สุดแล้ว ยกเว้นว่าแต่คุณอยากจะเลือกเส้นทางไปเป็นคนติดเกม เล่นเกมเก่งเทพ ก็เลือกโหมดยากไปละกัน

7. ลองทำให้เกมเป็นเพียงส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคุณ

นี่ก็เป็นอีกข้อที่ทำยากสุด แต่มันจะดีมากถ้าเราสามารถเล่นเกมได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคุณ สมัยนี้มีเกมมากมาย ที่ทำออกมาให้คุณเล่นระหว่างที่คุณใช้เวลาในชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะพวกเกมมือถือ ที่ให้คุณเล่นฆ่าเวลาระหว่างการเดินทาง หรือระหว่างรออะไรสักอย่าง โดยไม่กระทบกับเวลาสำคัญ บางเกมจะมีระบบให้คุณเล่นเกมไปเหมือนกับการออกกำลังกาย ที่ถ้าคุณเล่น ก็จะเหมือนกับการออกกำลังกายไปในตัว ไม่ต้องเสียเวลาไปออกกำลังกายอีกรอบด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

สำหรับวิถีทางหลีกเลี่ยงการติดเกม ก็มีเพียง 7 ข้อนี้ ซึ่งรับรองว่าหากทำได้ คุณจะเป็นเกมเมอร์คุณภาพที่เล่นเกมอย่างสนุกสนาน โดยไม่มีผลเสียกับชีวิต แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ว่าจะทำได้แค่ไหน เพราะเราทำได้แค่แนะนำเท่านั้น

ข้อมูลจาก

    - Kotaku

    - Joystiq

    - Memecenter

เรียบเรียงโดย Sanook! Game

 

....

ทาง Sanook Game! เรียบเรียงมาให้ดีมากๆ และสามารถนำไปปรับใช้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว ทาง HealthyGamer คิดเสมอว่า การเล่นเกมหากควบคุมให้ดี เล่นอย่างสมดุล ก็จะเป็นคุณ... ทำให้ผ่อนคลาย บันเทิงใจในยามว่าง ผู้เล่นควรต้องแบ่งเวลาให้ดี --แต่หากหมกมุ่น ติดเกมจนมากเกินไป และละเลยการทำกิจวัตรหรือสิ่งสำคัญอื่นๆ ก็ทำให้เกิดโทษได้มากมาย ท้ายนี้ อยากฝากให้ทุกคนเล่นเกมให้พอดี "เกมสมดุล...ชีวิตสมดุล" ค่ะ

By JaH_K..S

...