ก.ย.25

ดึงลูกห่างภัยร้ายจาก ‘หน้าจอ’ ด้วย ‘3G’

3G หน้าจอ ติดโทรศัพท์ ติดเกม

 

ดึงลูกห่างภัยร้ายจาก ‘หน้าจอ’ ด้วย ‘3G’

เรียบเรียงโดยคุณอาราดา

 

 

สังเกตสิคะว่าตอนนี้ลูกของคุณอ้วนท้วนสมบูรณ์เกินปกติ สายตา (เริ่ม) สั้น ไม่ยอมตื่นไปโรงเรียน เพื่อนไม่ค่อยมี วันๆ ขลุกอยู่แต่หน้าจอเกม จอทีวี หรือคอมพิวเตอร์ หรือเปล่า

ถ้า “ใช่” ก็เป็นไปได้ว่าตอนนี้ลูกของคุณกำลังจัดอยู่ในเด็กกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะ ‘อ้วน’ ‘ก้าวร้าว’ ‘มองโลกแง่ลบ’จากการติดจอเกินเหตุแล้วละค่ะ!

 

 

          คุ้มไหมที่จะปล่อยให้ลูกติดหน้าจอ เรามีข้อมูลดีๆ จากรศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลศิริราช มาเล่าสู่กันฟัง และยังมียุทธวิธีดีๆ อย่าง 3G ที่ช่วยดึงลูกให้หันไปทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แทนที่จะนั่งจุ้มปุ๊กอยู่แต่หน้าจอมาฝากด้วยค่ะ

 

 

 

 

 

…………………………………………

 

 

 

อย่าให้ TV & Computer เลี้ยงลูก

 

 

            เพราะสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนรูปแบบไปจากเมื่อก่อนมากทั้งโครงสร้างครอบครัว สังคม วัฒนธรรม และค่านิยม สิ่งนี้เองที่เป็นแรงขับให้พ่อแม่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการกินดีมีใช้ของครอบครัว จนลืมตระหนักถึงความสำคัญของการเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างมีความสุข และปล่อยให้ลูกอยู่กับหน้าจอเป็นนิจจนเด็กๆ เกิดอาการ ‘ติด’ คือติดทั้ง ‘จอ’ ติดทั้ง ‘ใจ’ ค่ะ

            จากการสัมภาษณ์คุณหมอชาญวิทย์ทำให้เราทราบว่าสถิติการติดหน้าจอเพราะติดเกมของเด็กๆ ตอนนี้สูงขึ้น และวัยของการติดก็เริ่มลดลง ซึ่งนี่ยังไม่รวมในเรื่องของการติดจอทีวี และอินเตอร์เน็ตนะคะ

 “จากการสำรวจเราพบว่าอายุในการติดเกมจะน้อยลงเรื่อยๆ วิจัยชิ้นล่าสุดคือปี 2553 ซึ่งอายุที่เด็กเริ่มติดคือประมาณ 11 ปี ถือว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งช่วงวัยจะอยู่ประมาณมัธยมปลาย และผมเชื่อว่าหากเราทำวิจัยซ้ำในอีก 2 ปี ข้างหน้า ช่วงอายุของเด็กติดเกมอาจอยู่ในช่วงประถมต้นก็ได้ครับ

การวิจัยนี้เป็นเพียงการวิจัยเกี่ยวกับเด็กติดเกม ยังไม่รวมเด็กติดทีวี ติดการ์ตูน และติดอินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันเราก็เจอเด็กติดเว็บไซต์ social network อยู่บ่อยครั้ง หรือติดดูการ์ตูนใน internet ก็มีอยู่มากครับ” นอกจากคำยืนยันข้างต้นแล้วคุณหมอยังบอกอีกค่ะว่าสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เด็กๆ ติดใจหน้าจอนั้นเป็นผลมาจากพฤติกรรมของพ่อแม่เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากยุคนี้พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลา จึงเติมเต็มความสุขให้ลูกด้วยการปล่อยให้เล่นเกม ดูทีวี โดยลืมตระหนักถึงผลเสียที่อาจตามมาในภายหลังค่ะ  

 

 

………………………………………………

 

 

‘คุณ’ คือเหตุที่ ‘ลูก’ ติดจอหรือเปล่า

 

 

            เอาละค่ะ มาสำรวจตัวเองกันสักหน่อยสิว่าคุณเป็นคนที่จัดอยู่ในพ่อแม่ที่มีทัศนคติเหล่านี้หรือเปล่า

* ไม่มีเวลา เมื่องานมากขึ้นเวลาที่อยู่กับลูกจึงน้อยลง พ่อแม่หลายคนจึงใช้เกม ทีวี หรืออินเตอร์เน็ต เป็นพี่เลี้ยงให้ลูก หรือเมื่อลูกมาตื๊อ “ซื้อให้หน่อยนะแม่ ซื้อนะ ซื้อนะ” ก็ใจอ่อนหรือตัดความรำคาญด้วยการอนุญาตให้ลูกเล่นเกม ซื้อเครื่องเกม เล่นอินเตอร์เน็ต เป็นต้น                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                            

* Just a Toy! เชื่อว่า หลายๆ คนอาจมองว่าทีวี คอมพิวเตอร์ เป็นเสมือนของเล่นชิ้นหนึ่งที่ไม่มีพิษภัย โดยเฉพาะถ้าเด็กเล่นเกม หรือดูทีวีอยู่ที่บ้าน ก็ยิ่งทำให้คุณรู้สึกสบายใจเพราะลูกติดบ้าน ใช้อุปกรณ์เหล่านี้อยู่ในสายตาตลอดเวลา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วลองถามตัวเองดูสิคะว่า ลูกอยู่ในสายตาตลอดเวลาจริงหรือไม่

* ราคาถูก ซื้อง่าย จ่ายคล่อง เมื่อราคาของเครื่องเกม โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ มีราคาถูกลง ทำให้พ่อแม่หลายๆ คนซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ให้ลูกได้ง่ายขึ้น การเข้าถึงเทคโนโลยีของลูกจึงเพิ่มมากขึ้น และสิ่งนี้เองค่ะทำให้โอกาสที่เด็กจะได้เล่นและกลายเป็นเด็กติดจอเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

       

          เห็นไหมคะว่า 3 ปัจจัยหลักทั้ง ไม่มีเวลา คิดว่าเป็นแค่ของเล่น และราคาถูก ต่างเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นจากทัศนคติของผู้ใหญ่ล้วนๆ และถ้าหากดูแลการใช้สื่อของเด็กๆ ไม่เหมาะสม เมื่อไรที่เด็กๆ ติดใจหน้าจอขึ้นมา… นั่นแหละปัญหาเกิด

 

รู้ไหมว่า

สถาบัน American Academy of Pediatrics พบว่า เด็กที่ใช้เวลามากกว่า 4 ช.ม. ในการดูทีวีจะมีแน้วโน้มน้ำหนักเกิน และเด็กที่ดูรายการที่แสดงถึงความรุนแรง อาจกลายเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือบางกรณีอาจกลายเป็นเด็กที่มองโลกในด้านลบและหวาดระแวงได้   

 

………………………………………..

 

 

เพราะ ‘ติด’ ปัญหาจึงเกิด

 

 

          เมื่อเด็กๆ อยู่ในอารมณ์ ‘ติด’ ผลเสียต่างๆ จึงตามมา…

 

สุขภาพ สายตาสั้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยร่างกาย การทรงตัว การทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อทั้งมัดใหญ่มัดเล็กไม่ค่อยดี ตัวเตี้ย และลมชักกรณีเด็กมีความเสี่ยงเป็นโรคลมชัก

 

พฤติกรรมและอารมณ์ เด็กที่เล่นเกมหรือดูรายการทีวีที่แสดงออกถึงความก้าวร้าวรุนแรง จะทำให้กลายเป็นเด็กขี้หงุดหงิด ใจร้อน โมโหง่าย และแก้ปัญหาโดยใช้วิธีรุนแรง อาละวาท มักใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ หยาบคาย และกรณีที่เด็กติดเกมออนไลน์อาจมีนิสัยลักขโมยได้

 

สังคม มีปัญหาด้านการเข้าสังคม หลบตา ไม่กล้าแสดงออก ขาดความมั่นใจ อาจใช้คำพูดที่ไม่ถูกกาลเทศะ หรือไม่เหมาะสม กลายเป็นเด็กหลีกเลี่ยงสังคมได้

 

การเรียน อาจโดดเรียน หนีเรียน หลับในห้องเรียนเพราะนอนไม่พอ ผลการเรียนตก ขาดความรับผิดชอบ ไม่ทำการบ้านส่งคุณครู เป็นต้น

           

        จะเห็นได้ว่า ผลจากการ ‘ติด’ ทำให้เกิดผลเสียกับเด็กๆ มากมายค่ะ ซึ่งคุณหมอชาญวิทย์บอกว่าพ่อแม่สามารถจัดการกับพฤติกรรมติดของลูกได้ด้วยการจัดหากิจกรรมให้เด็กทำยามว่างและที่สำคัญต้องทำร่วมกับลูกด้วยจึงจะดีค่ะ

 

 

………………………………………………

 

 

ติดใจ ติดจอ แก้ได้ด้วย ‘3G’

 

 

3G ในที่นี้ไม่ใช่ระบบเทคโนโลยีล่าสุดในเมืองไทย หากแต่เป็น3 เรื่องดีๆ เกี่ยวกับกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สามารถดึงลูกให้ห่างหน้าจอได้ชะงัด และยิ่งลูกห่างจอมากเท่าไรเรื่องดีๆ ก็จะเกิดขึ้นกับลูกมากเท่านั้น อาทิ…

ความมั่นใจลูกเพิ่มขึ้น เป็นหนูอดทน เป็นนักเรียนรู้ *ทำให้ลูกกลายเป็นเด็กชอบค้นคว้า *เกิดแรงบันดาลใจด้านอาชีพ *มีเพื่อน *ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น *ลดเครียดและลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในอนาคต เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ ติดยาเสพติด เป็นต้น

เอาละ คราวนี้มาดูกันค่ะว่า 3G ที่พวกเราควรทำเพื่อสวนกระแสโลกยุคฝากลูกไว้กับหน้าจอนั้นมีอะไรบ้าง ขอบอกว่าไม่ยากสักนิด…

 

1 Good Manage ลดโอกาสการเข้าถึงจอ จัดการเก็บคอมพิวเตอร์เอาไว้ในห้องนอนของคุณ หรือใส่พาสเวิร์ดป้องกันการเล่น รวมไปถึงตั้งโปรแกรมกำหนดเวลาการเล่น ส่วนโทรทัศน์ก็แค่ปิดสวิตซ์ตอนที่เจ้าหนูกินข้าว ทำการบ้าน และตั้งกฎดูไม่เกินวันละ 2ช.ม. (อย่างจริงจัง) ค่ะ

 

2 Good Activity มีกิจกรรมทดแทน ซึ่งคุณหมอบอกค่ะว่า กิจกรรมทดแทนที่เหมาะกับเด็กวัยคิดส์ก็คือ Free Play หรือการเล่นอิสระ ที่ไม่ถูกตีกรอบด้วยเวลาหรือกิจกรรม อย่างคอร์สเล่นดนตรี ว่ายน้ำ ที่คุณอยากให้เขาทำแต่อาจไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการค่ะ

 

 

สำหรับกิจกรรมยามว่างที่สร้างสรรค์นั้น คุณหมอบอกว่าผู้ใหญ่ไม่ควรมองไปไกล แต่ควรมองที่ตัวเอง หมู่บ้าน และคำว่า Free Playเพื่อคิดรูปแบบกิจกรรมที่เหมาะกับลูกและคุณ เช่น วันหยุดได้ทำอาหารหรือขนมกับคุณแม่ ล้างรถกับคุณพ่อ ปลูกต้นไม้กับคุณพ่อ ตีแบตมินตันด้วยกันพ่อ แม่ ลูก หรือหาอุปกรณ์ในบ้านมาทดลองวิทยาศาสตร์หรือทำของตกแต่งบ้าน เป็นต้น

 

Guide for You

ชวนลูกทำกิจกรรมสร้างสรรค์แทนการปล่อยให้ลูกนั่งอยู่แต่หน้าจอ คุณต้อง…

- สำรวจตัวเองสิคะว่าให้เวลาทำกิจกรรมกับลูกในแต่ละวันมากพอหรือยัง

- เติมความคิดสร้างสรรค์ให้กับตัวเอง ผ่านการอ่านหนังสือเพิ่มไอเดียให้กับกิจกรรมยามว่างของลูก (และครอบครัว)

- ทำสมุดเมนูกิจกรรม เก็บรวบรวมรูปภาพกิจกรรมที่คุณเคยทำร่วมกันแบบหน้าต่อหน้า เช่น รูปตอนทำอาหารด้วยกัน ขี่จักรยาน เล่นกีฬา ไปแคมป์ เที่ยวพิพิธภัณฑ์ แล้วมาเปิดดูพร้อมช่วยกันแชร์สิว่าสัปดาห์นี้จะทำกิจกรรมอะไรกันดี

- หาหนังสือหรือซื้อบอร์ดเกมมาตุนไว้ยามไม่รู้จะทำอะไร เช่น เกมเศรษฐี บิงโก เกมโกะ ฯลฯ ที่เมื่อไรเจ้าหนูว่างปุ๊บก็ชวนมาเล่นด้วยกันเลย

 

3 Good Time = Quality Time การทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับลูกผลพลอยได้อย่างหนึ่งคือทำให้ครอบครัวของคุณมีเวลาคุณภาพ มีห้วงเวลาที่น่าจดจำ และสร้างความรักความผูกพันในครอบครัวให้เกิดขึ้นค่ะ ซึ่งคุณหมอชาญวิทย์เสนอค่ะว่า หากคุณไม่มีเวลาให้ลูกจริงๆ และต้องการให้ลูกห่างจากหน้าจอก็ต้องหาตัวช่วยอย่าง ญาติ หรือผู้ปกครองคนอื่นในโรงเรียนที่มีการรวมตัวกันเพื่อชวนเด็กๆ ไปทำกิจกรรมกลุ่ม เพื่อลดโอกาสการเข้าถึงหน้าจอของเด็กๆ ค่ะ แต่จะให้ดี สละเวลาบางสัปดาห์ไปร่วมทำกิจกรรมกับลูกบ้างก็ดีนะคะ

 

 

…………………………………

 

 

          แน่นอนที่สุดค่ะว่า การเลี้ยงดูลูกในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนในอดีต แต่การสวนกระแสเพื่อดึงลูกให้ได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ แทนที่จะปล่อยให้จับเจ่าอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือทีวีนั้นข้อดีมีอยู่มากมาย ดังนั้น สวนกระแสเสียบ้าง คุ้มเกินคุ้มค่ะ

 

 

…………………………………….

 

 

Kidscovery Guide:

 

Hour of Time Online=Hour of Playtime Outside

 

      การให้ลูกอยู่หน้าจออาจมีข้อดี แต่ยิ่งอยู่หน้าจอเท่าไร ก็เท่ากับลูกขาดโอกาสที่จะได้สำรวจและสัมผัสกับโลกภายนอกซึ่งมีเรื่องเรียนรู้รออยู่อีกเพียบ ดังนั้น ชั่งน้ำหนักกับสองเรื่องนี้ให้ดีนะคะ

…………………………………….

 

 

ที่มา: นิตยสาร Kidscovery for Parents //Momypedia.com