ก.ย.6

ปิดเทอมทำอย่างไรลูกจะไม่ติดเกม

ปิดเทอมทำอย่างไรลูกจะไม่ติดเกม

ถึงเวลาปิดเทอมอีกแล้ว ช่วงปิดเทอมคงเป็นเวลาแห่งการรอคอยของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคุณครูที่จะได้พักกล่องเสียง ได้เตรียมการสอนในเทอมถัดไป นักเรียนที่จะได้พักสมองจากการเรียนและการบ้าน คนทำงานที่จะได้พื้นที่โล่งบนถนนกลับคืนมา หรือพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะได้มีเวลาใกล้ชิดและอบรมสั่งสอนลูกอย่างเต็มที่ ฉะนั้นสำหรับพ่อแม่ถือว่าช่วงปิดเทอมเป็นเวลาทองของการสร้างความสัมพันธ์ เป็นช่วงที่ดีที่สุดที่จะอบรมสั่งสอนลูกในเรื่องต่าง ๆ

 

     พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรมีการวางแผนที่ดีว่าจะให้ลูกทำอะไร หรืออยากให้ลูกเรียนรู้เรื่องอะไรบ้างในช่วงปิดเทอม

 

     เพราะถ้าพ่อแม่ไม่ช่วยวางแผนที่ดีแล้ว ช่วงเวลาปิดเทอมอาจกลายเป็นช่วงที่เด็กมีเวลาอยู่กับเพื่อน เดินห้างสรรพสินค้า หรืออ่านหนังสือการ์ตูน รวมทั้งมีเวลาอยู่กับเกมออนไลน์ chat กับคนแปลกหน้าบนอินเทอร์เน็ต หรือกลายเป็นเด็กติดเกมจนเป็นปัญหาที่ผู้ปกครองหาทางออกไม่ได้และแก้ปัญหาด้วยวิธีรุนแรงอย่างการล่ามโซ่เหมือนที่เกิดขึ้นและเป็นข่าวโด่งดังมาแล้ว

 

     ช่วงปิดเทอมพ่อแม่ควรเริ่มจากการฝึกให้ลูกรู้จักวางแผนว่าในแต่ละวันจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อจะได้ติดเป็นนิสัยที่ดีในอนาคต โดยอาจจะให้ลูกเขียนเป็นตารางจัดเวลาในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยทำงานบ้าน การอ่านหนังสือ การดูโทรทัศน์ การเล่นกีฬา ซึ่งกิจกรรมทุกอย่างในแต่ละวัน พ่อแม่ควรจะดูความเหมาะสมร่วมกับลูกว่ากิจกรรมใดใช้เวลามากเกินไปหรือไม่ เช่น การดูโทรทัศน์ใน 1 วัน ไม่ควรเกินกี่ชั่วโมง เล่นเกมคอมพิวเตอร์ เล่นอินเทอร์เน็ตกี่ชั่วโมง เป็นต้น

 

     และควรให้ลูกรู้จักการจัดลำดับเรื่องที่ต้องทำก่อนหลัง เช่น ต้องทำงานบ้านให้เสร็จก่อนที่จะดูโทรทัศน์ กวาดบ้านก่อนจะเล่นเกม หรือเก็บที่นอนหลังจากตื่นนอน การฝึกระเบียบวินัย ฝึกความรับผิดชอบและการวางแผนหรือตารางเวลาในแต่ละวัน จะสามารถซึมซับกลายเป็นนิสัยที่ดีในการใช้ชีวิตและการทำงานในอนาคตได้

 

     สอนและให้กำลังใจลูกในความมุ่งมั่น ความตั้งใจที่จะทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้สำเร็จ เช่น ในช่วงปิดเทอมลูกอาจวางแผนจะหัดขี่จักรยาน หัดเล่นดนตรี เล่นกีฬา หัดวาดรูป หรือกิจกรรมใด ๆ ก็ตามที่ลูกต้องการ พ่อแม่ควรสร้างแรงจูงใจเพื่อให้ลูกมีความมุ่งมั่นและทำในสิ่งที่ตั้งเป้าไว้ให้สำเร็จ เพราะความสำเร็จจากความมุ่งมั่นในวันนี้ถึงแม้จะเป็นความสำเร็จในแค่เรื่องเล็กน้อยแต่จะเป็นการปลูกฝังนิสัยการเป็นคนมุ่งมั่น ตั้งใจจริงเอาจริงเอาจังในการทำงานเพื่อความสำเร็จของเด็กได้



 

     หากิจกรรมที่ทุกคนในบ้านสามารถสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันได้ เช่น การช่วยกันทำกับข้าว การเล่นกีฬา หรือการไปเที่ยวต่างจังหวัด และในแต่ละกิจกรรมนั้น พ่อแม่ควรสอนให้ลูกมีส่วนร่วม ไม่ใช่จัดการให้ลูกทุกเรื่อง เช่น ให้ลูกจัดกระเป๋าด้วยตัวเองกรณีต้องไปค้างคืนต่างจังหวัด เด็กจะได้รู้จักคิด รู้จักวางแผนว่าควรจัดอะไรไปบ้าง



 

     พ่อแม่ไม่ควรเข้าไปก้าวก่าย เพราะถ้าพ่อแม่ทำให้ทุกอย่าง ลูกก็จะกลายเป็นเด็กไม่รู้จักโต ไม่รู้จักคิด ความหวังดีของพ่อแม่จะกลายเป็นการทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว เพราะในอนาคตลูกต้องสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตนเองโดยที่ไม่มีพ่อแม่คอยช่วยเหลือ



 

     กิจกรรมเสริมของลูกในช่วงปิดเทอม พ่อแม่ควรมีส่วนในการตัดสินใจและอธิบายให้ลูกเข้าใจถึงความเหมาะสมมากกว่าการตามใจ หรือการตามเพื่อนของลูกเพียงอย่างเดียว เพราะสมัยนี้กิจกรรมเสริมของเด็กช่วงปิดเทอมมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษา เรียนคอมพิวเตอร์ เรียนดนตรี กีฬา การท่องเที่ยว การเข้าค่าย เป็นต้น

 

     กิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ต้องอยู่บนพื้นฐานความชอบและความต้องการของลูกและขณะเดียวกันพ่อแม่ต้องมีเหตุผลในการตัดสินใจเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ หรือความสามารถในการใช้จ่ายด้วยเช่นกัน เช่น ลูกอาจจะอยากไปเรียนคอร์สภาษาอังกฤษในต่างประเทศเหมือนเพื่อนที่โรงเรียน แต่ถ้าผู้ปกครองไม่มีความสามารถพอก็ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจและยอมรับถึงปัจจัยและเหตุผลที่แตกต่างกัน และอาจหาคอร์สภาษาอังกฤษในโรงเรียนที่ดีในประเทศซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าแทนก็ได้

 

     แต่ถ้าพ่อแม่กลัวลูกจะน้อยหน้า กลัวลูกมีปมด้อย ยอมทุกอย่างแม้กระทั่งกู้ยืมเงินเพื่อให้ลูกทัดเทียมคนอื่น ลูกก็จะกลายเป็นคนไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับความจริง เป็นคนผิดหวังไม่เป็น อยากได้อะไรก็ต้องได้ และจะเป็นปัญหาที่พ่อแม่เป็นผู้สร้างนิสัยที่ไม่ดีติดตัวลูกต่อไปจนโต

 

     ถ้าพ่อแม่รู้จักวางแผน ช่วงเวลาปิดเทอมก็จะกลายเป็นเวลาที่ดีที่สุดของครอบครัว แต่ถ้าพ่อแม่ไม่รู้จักวางแผนหรือช่วยลูกในการวางแผนที่ดี พ่อแม่เหล่านั้นอาจต้องเร่งวันเร่งคืนให้ถึงเวลาเปิดเทอมเพื่อลูกจะได้ไม่ต้องขลุกอยู่กับอินเทอร์เน็ตหรือมัวแต่หาวิธีแก้ปัญหาการติดเกมของลูกก็เป็นได้